โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านตรอกแค

ศูนย์ศิลปาชีพบ้านตรอกแค

สถานที่ตั้ง หมู่ที่ 4 ตำบลขอนหาด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช

พระราชดำริ

เมื่อวันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ.2536 สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถได้เสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่บ้านเนินธัมมัง ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีพระราชเสาวนีย์ให้จัดตั้งโครงการศิลปาชีพบ้านเนินธัมมังขึ้น เพื่อส่งเสริมงานศิลปาชีพในพื้นที่และหมู่บ้านใกล้เคียงได้ริเริ่มจัดตั้งกลุ่มทอผ้าเพื่อเป็นอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ให้กับราษฎร และเพื่ออนุรักษ์งานศิลปาชีพท้องถิ่นให้คงอยู่ ต่อมาได้มีพระราชเสาวนีย์ให้ก่อสร้างศาลาศิลปาชีพหลังใหม่ ในหมู่ที่ 4 บ้านตรอกแค ตำบลขอนหาด อำเภอชะอวดขึ้น เพื่อฟื้นฟูการทอผ้าพื้นเมืองในภาคใต้ที่มีลักษณะเฉพาะของภาคใต้อยู่เดิม

ผลการดำเนินงาน

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพและกองทัพภาคที่ 4 ได้ร่วมกันดำเนินงานสนองพระราชดำริ โดยกองพันทหารช่างที่ 402 ค่ายอภัยบริรักษ์ ตำบลชุมพล กิ่งอำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง ได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารศิลปาชีพตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พร้อมถังเก็บน้ำ ห้องน้ำ แล้วเสร็จใน 2539 และทางมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพได้ส่งเสริมให้สมาชิกทอผ้าไหม เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์เมืองนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะผ้ายกทองซึ่งเป็นผ้าที่มีความงดงาม และมีชื่อเสียงในอดีต และเปิดใช้อาคารเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2542 เมื่อสมาชิกลุ่มทอผ้าสมัครเข้าร่วมโครงการศูนย์ศิลปาชีพบ้านตรอกแคแล้ว ได้มีการจัดส่งครูจากกองศิลปาชีพ สวนจิตรลดา และพระตำหนักทักษิณราชเวศน์มาเป็นวิทยากรฝึกสอน พร้อมจัดอุปกรณ์ฝึกอบรม

ประโยชน์ที่ได้รับ?

การดำเนินงานของกลุ่มทอผ้า แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

ประเภทที่ 1 ส่งผ้าทอให้กองศิลปาชีพ สวนจิตรลดา โดยกองศิลปาชีพฯ จัดส่งฝ้ายมาแจกจ่ายให้แก่สมาชิกปีละประมาณ 2-3 ครั้ง เมื่อทอตามลายที่กำหนดแล้วเสร็จ ชุดประสานงานจะเป็นผู้รวบรวมผลิตภัณฑ์ทั้งหมดไปยังกองศิลปาชีพฯ โดยมีสมาชิกเมื่อทอผ้าได้ประมาณ 70-80 เมตร จะได้รับค่าตอบแทนเมตรละ 50 บาท ทำให้สมาชิกมีราชได้เฉลี่ย คนละ 3,500-4,000 บาท

ประเภทที่ 2 เมื่อสมาชิกมีเวลาว่างจากการทอผ้ากองศิลปาชีพฯ แล้ว ได้รวมตัวเป็นสมาชิกกลุ่มทอผ้าเพื่อการจำหน่าย โดยสมาชิกร่วมลงหุ้นซื้อไหมประดิษฐ์จากตำบลเกาะยอ จังหวัดสงขลา และยังได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลขอนหาด เพื่อทอจำหน่ายในเขตพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงราคาหลาละ 150-200 บาท สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยคนละ 3,000-3,500 บาทต่อเดือน